8 กรกฎาคม 2552

ใบยอ เป็นยาแก้ไข้

ใครที่เป็นไข้ลองกินใบยอดูสิ เพราะใบยออ่อนมีสรรพคุณเป็นยาแก้ไข้ บำรุงธาตุ ลดอุณหภูมิของร่างกาย แก้ท้องร่วง เหงือกบวม ปวดข้อ รู้ไหมใบยอ 100 กรัม มีแคลเซียมสูงถึง 841 มิลลิกรัม
สรรพคุณ

ใบยอมีสรรพคุณ บำรุงธาตุ แก้ไข้ ฆ่าเหา ปวดข้อ แก้ท้องร่วงในเด็ก แก้เหงือกปวดบวมผล รสเผ็ดร้อน

ผลยอ มีสรรพคุณ ขับลม บำรุงธาตุ เจริญอาหาร ขับโลหิต ระดูของสตรี ฟอกเลือด แก้คลื่นเหียนอาเจียน

ผลสุกของยอบ้านมีกลิ่นฉุนวิธีใช้ยากำจัดเหา โดยนำใบยอสดมาหั่นโขลกให้ละเอียดคั้นเอาแต่น้ำ นำมาสระผม 2-3 ครั้ง เหาจะหมดไป

ยากำจัดพยาธิ นำใบยอมาหั่นตากแดด บดเป็นผงแล้วละลายน้ำร้อนครั้งละ 2-3 ช้อนชา ดื่มเป็นประจำ ช่วยทำลายพยาธิได้ยาระบาย

นำลูกยออ่อนมาฝานเป็นแว่น ๆ คั่วด้วยไฟอ่อน ๆ จนเหลือง กรอบ นำมาชงกับน้ำร้อนดื่มแทนน้ำ เป็นยาแก้คลื่นไส้อาเจียน และระบายได้เป็นอย่างดี

ยาแก้ท้องอืด นำลูกยอมาโขลกกับเกลือแล้วผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นลูกกลอนขนาดเท่าหัวแม่มือ กินมือละ 1-2 ลูกช่วยขับลมและลดอาการท้องอืดได้

หลายคนอาจจะยังไม่เคยกินใบยอและลูกยอ เมื่อทราบถึงประโยชน์ทั้งด้านคุณค่าทางอาหารและการใช้เป็นยาเช่นนี้ ก็น่าจะลองหามากิน หรือนำต้นยอมาปลูกไว้ในบริเวณบ้านเพราะปลูกง่าย เพียง 1-2 ปีจะได้ต้นยอซึ่งให้ทั้งใบและผล สำหรับบริโภคและเป็นไม้ประดับให้ร่มเงาแก่บ้านอีกด้วย

ประโยชน์ทางอาหาร ส่วนที่เป็นผัก/ฤดูกาล ใบอ่อนและห่ามของยอใช้เป็นผักได้

ใบอ่อนออกทุกฤดูกาล

ผลยอออกในช่วงฤดูหนาว

การปรุงอาหารคนไทยทุกภาครับประทานใบยอเป็นผัก ใบอ่อนลวกหรือต้มให้สุก รับประทานเป็นผักจิ้มกับน้ำพริก

นอกจากนี้ใบอ่อนยังนิยมปรุงเป็นแกง เผ็ด แกงอ่อมร่วมกับหมู ปลาไก่ ใช้เป็นผักรองก้นกระทง ห่อหมกปลา ห่อหมกหมู ห่อหมกไก่ได้

สำหรับผลห่ามหรือผลแก่จัดสีเขียวชาวอีสานนำมาปรุงเป็นส้มตำ โดยใส่ผลยอแทนมะละกอ

ประโยชน์ต่อสุขภาพใบอ่อน รสขม รับประทานเป็นยาเพื่อลดความร้อนในร่างกายได้ส่วนผลมีรสเผ็ดร้อน ช่วยขับลมในลำไส้ใบยอ 100 กรัม ให้พลังงานต่อร่างกาย 73 กิโลแคลอรี่มีเส้นใย 4 กรัม แคลเซียม 469 มิลลิกรัม เหล็ก 1.4 มิลลิกรัมวิตามินเอ 43333 IU วิตามินบีหนึ่ง 0.30 มิลลิกรัม วิตามินบีสอง 0.19 มิลลิกรัม ไนอาซิน 7.2 มิลลิกรัม วิตามินซี 3 มิลลิกรัม

ข้อมูลจาก www.prc.ac.th/lannagardrn/pum10.html

4 ความคิดเห็น:

  1. บล็อกนี้มีข้อมูลที่มีประโยชน์ดีค่ะ

    ตอบลบ
  2. ขอบคุณ บันทึกนี้ สาระดี มีคุณค่า ค่ะ

    ตอบลบ
  3. ไม่ระบุชื่อ3 มิถุนายน 2556 01:34

    ให้ความรู้ด้านการใช้ประโยชน์ทางยา

    ตอบลบ
  4. ไม่ระบุชื่อ12 มิถุนายน 2556 19:38

    ให้ความรู้ดีมาก คนไทยจะได้สนใจในลูกยอ ว่าคุณประโยชน์องยอมีมากแค่ไหน

    ตอบลบ